Profil de PataiBig BotePhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
สวัสดี สวัสดี และสวัสดี
TuiTui Padetpaia écrit :
Hei hei hei. Just stop by your space and like your new office a lot. Your background song is really funky!!
Hope you are doing ok, and congratulation for your new office.
I will try to go back to Thailand during the month of your wedding na. Don't know whether I can do it or not, but I will try.
Yo Yo!!! Ooops, I am the first in your Guestbook!!!
Peace,
Tui
20 Juin
Patai Padungtina écrit :
เปลี่ยนมาใช้ Guest book ของ Live Spaces เองแล้ว
ใครหลงเข้ามาอ่าน ก็ sign ไว้หน่อยนะครับ...
24 Avr.
|
Big Boteของไทยทุกส่วน 6 novembre OK...Magi (โอเค...เมไจ)วันนี้ลูกสาวผมอายุครบ 1 สัปดาห์แล้วครับ
สูติบัตรเพิ่งมาส่งเมื่อกี้เนี๊ยะ... เรื่มเลี้ยงง่ายขึ้นมาบ้างแล้ว
แม่เมไจเริ่มจับทางถูก แต่ก็ยังเหนื่อยกันอยู่ เพราะพี่เลี้ยงจากศูนย์มาได้วันเดียว
แล้วก็อ้างว่าป่วย ชิ่งไปเฉย... ที่ผ่านมาโชคดีที่มีคุณย่ากับคุณยายมาช่วยกันเลี้ยง
เดี๋ยวนี้ผมก็เริ่มอุ้มลูกสาวคล่องแล้ว พอเป็นตัวช่วยของแม่เมไจได้
ผมยังมีหน้าที่คอยอ่านหนังสือสารานุกรมเด็กที่อาสุให้มา ประกอบตลอด
เวลาเจอน้องอาการแปลกๆ
มันก็เป็นรูปแบบชีวิตที่แปลกใหม่ดีนะ ไม่ได้ดูทีวี ไม่ได้อ่านหนังสือ
เห่อแต่ลูกสาว กลับบ้านปุ๊บก็เล่นกับลูก พอลูกหลับก็ต้องหลับเก็บชั่วโมงบ้าง
เพราะไม่รู้เธอจะตื่นมากวนตอนกี่โมง
งานที่บริษัท ช่วงนี้ก็รุมเร้าเหลือเกิน เดินสายประกวดซะทั่ว เหมือนนางงามต่างจังหวัด
อาทิตย์หน้าต้องจากลูกไปจาการ์ต้าอีก... ไม่รู้กลับมาลูกจะจำพ่อได้ป่าว
ยังไงก็ต้องสู้เต็มที่ จะคว้ารางวัลมาให้ชาวลองกอง กับ เมไจ ให้ได้
เหนื่อยหน่อยนะพ่อ
โอเค...เมไจ
สุดท้ายเพื่อเฉลิมฉลองเมไจอายุ 1 สัปดาห์ แม่เมไจซึ่งขยันถ่ายคลิปน้องทุกวัน ฝากมาอวดอีกเช่นเคย
คราวนี้ แม่เล่นกับน้องตอนตื่นอยู่...
4 novembre Daddy Experienceนอกจากอาการเห่อแล้ว
กลางคืนประสบการณ์ของคนเป็นพ่อ นี่แปลกใหม่มากสำหรับผม
ไม่นึกว่าจะเหนื่อยแบบนี้นะเนี่ย
ทำไมน้องต้องชอบนอนกลางวัน แต่กลางคืนไม่นอนด้วย
แม่เมไจบอกว่าอาจจะเป็นเพราะ ตาน้องยังสู้แสงตอนกลางวันไม่ค่อยได้เลยหลับ
ส่วนกลางคืนห้องมืดๆ น้องตาแป๋วเชียว... ส่วนพ่อตอนนี้กำลังตาโหล เพราะอดนอน
นี่เอา Video Clip อันใหม่มาอวดอีกแล้ว
แม่เมไจถ่ายเอง ตอนแกล้งน้อง ตอนกลางวัน
น้องจะหลับ...ทำไมต้องไปแกล้งน้องด้วย...
"เพราะเมไจน่าแกล้งอ่ะเด้"
พอละ...เดี๋ยวจะหาว่าเห่อลูกสาวเกินเหตุ... 2 novembre Crazy about Her.
.
.
กำลังเห่อครับ
วันนี้วันที่ 4 แล้วที่โรงพยาบาล เมไจกำลังจะกลับบ้านแล้ว
พ่อเข้ามา update space หน่อย
สนุกดีแฮะ พาแม่มาคลอดน้องเนี่ย เหนื่อยด้วย เหมือนจัดงานแต่งงาน 4 วัน
พ่อพาลุงป้าน้าอา ที่มาให้กำลังใจเมไจ ขึ้นๆ ลงๆ ไปดูเมไจ วันละ 7-8 รอบ
จนพยาบาลกับญาติของเด็กคนอื่น เค้าเอือมพ่อขี้เห่อคนนี้แล้ว
เดี๋ยวกลับบ้านเรา พ่อไม่ต้องขอใครดูน้องแล้ว...
เอาคลิปน้องร้องไห้มาโชว์ครับ...
Update เพิ่มอืกหน่อย... Video Clip ตอนพ่ออุ้มเมไจครั้งแรก น้าฝนถ่ายให้...
26 octobre Magi's First Name
นี่รูปของแม่เมไจ ในช่วง Countdown สู่กำหนดคลอดครับ... เมไจจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ต้องลุ้นกัน 3-4 วันนี้แหละ ลองอ่าน blog ของแม่เมไจ ดูละกันครับ ฮะฮ่า...update ล่าสุดเรื่องชื่อจริงของเมไจอีกซักหน่อย ตื่นเต้นจัง อยากเห็นหน้าเมไจที่สุดเลยตอนนี้... 17 août Happy Daddy-To-Beไม่ได้ update blog ซะนาน
วันนี้ลอง ย้อนกลับไปอ่าน entry เก่าๆ ของตัวเอง... มันก็ตลกดีแฮะ
จากคนที่เคยบ่นอะไรเรื่องรอบตัวอยู่คนเดียว...
มาเขียนถึงผู้หญิงคนนึงที่มาเป็นคุณแม่ของเมไจ
แล้วตอนนี้ก็กำลังจะกลายเป็น blog ของคุณพ่อลูกอ่อนไปอีก
เป็นช่วง 1 ปี มหัศจรรย์จริงๆ
ปีที่แล้วช่วงนี้ผมยังล่กกับการแต่งบ้าน เตรียมงานแต่งงานอยู่เลย
แต่ตอนนี้ ที่นอนหลับกลางวัน อยู่ข้างๆ ผมในห้องเนี่ย... เป็นผู้หญิงท้องป่องคนนึง
คนละคนกับคนสวยๆ ที่อยู่ในงานแต่งงานผมนะ (ฮะๆ)
HAPPY จัง...
เล่าเรื่อง เมไจ บ้างดีกว่า
หลังจากผมให้เมไจฟังเพลงคลาสสิก บ่อยๆ ตามสูตรพ่อแม่สมัยใหม่ ที่ให้น้องฟังเพลงตั้งแต่อยู่ในท้อง
ผมว่าเมไจ อาจจะไม่ชอบก็ได้ ก็เลยลองแนะนำแนวเพลงใหม่ๆ ในน้องฟังดูบ้าง
ช่วงที่ผ่านมา ผมเลยขุดเพลง Bote Super Hitz ของผมในอดีต คัดพิเศษ มาให้เมไจฟัง
มีทั้ง pop, hip-hop, r&b, rock ยุค 90, alternative... แต่ยังไม่แนะนำ nu metal กับ emo ซึ่งคงจะแรงไป
ไม่รู้ว่าเพลงของพ่อจะสู้ โมสาร์ท กับ บีโธเฟ่น ได้หรือเปล่านะเมไจ...
แต่ให้หนูรู้จักเพลงหลายๆ แนวไว้หน่อย โตขึ้นมาปุ๊บได้ไปร้องคาราโอเกะกับพ่อได้เลย ดีมั้ย!
แต่เราก็ยังใช้สูตรตามที่หนังสือบอกเหมือนกัน
คือ มีเพลงประจำตัว เพลงง่ายๆ ที่พ่อกับแม่ร้องให้เมไจฟัง ในช่วงเวลาเดิมๆ ทุกวัน
ให้น้องจำเพลงนี้ได้ ชอบเพลงนี้ อีกหน่อยเวลาร้องเพลงนี้ให้น้องฟัง น้องจะได้ไม่เกเร
เดี๋ยวนี้การประสานเสียงของพ่อกับแม่เริ่มจะโปรแล้ว แม่เมไจร้องดีขึ้น เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเพี้ยนแล้ว
ทางพ่อก็มีโชว์ improvisation ด้วย หนูจะได้มีพื้นฐานการร้องเพลงที่ดีนะจ๊ะ
อยากเห็นหน้าเมไจเร็วๆ จัง... 1 juin หาช้างน้อยไม่เจอ!!!วันนี้ที่รอคอย... ตื่นเต้น กระสับกระส่ายตั้งแต่เมื่อคืน
นอนหลับๆ ตื่นๆ เพราะวันนี้ คุณหมอนัดอัลตร้าซาวนด์คุณแม่
หลังจากไม่ได้เห็นตัวน้องมาเกือบ 2 เดือน
ผมลุ้นแต่ว่า น้องจะมีแขนมีขาครบสมบูรณ์มั้ย หัวใจเต้นปกติหรือเปล่า
เรื่องเพศ จริงๆ แล้วไม่ได้คาดหวังอะไรเลย
2 อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีแต่คนถามว่า อยากได้ลูกชายหรือลูกสาว
ผมอะไรก็ได้จริงๆ ที่ผ่านมา ก็แอบนึกภาพเอาไว้ทั้งสองทางอยู่แล้ว
ภาพผมเดินจูงลูกสาวตัวเล็กๆ ที่ต้องคอยปลอบเวลาร้องไห้ หรือว่ามีเด็กผู้ชายมาขี่คอ ขอให้เล่นต่อสู้กัน
ภาพไหนมันก็มีความสุขไปหมด...
แต่ยังไง วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รู้ซะที ว่าผมจะได้คิดภาพไปทางไหนต่อ...
แล้วมันก็พ่วงกับเรื่องตั้งชื่อน้องด้วย...
ชื่อเล่นที่ผมกับเน็ทตั้งไว้ ผมว่ามัน unisex อยู่แล้วนะ... ไม่น่ามีปัญหา
เราได้ชื่อน้อง คุยกับน้อง เรียกชื่อน้องมาตั้งแต่รู้ว่าเน็ทท้องได้ 10 สัปดาห์ (แบบว่า เห่อ)
ตอนนี้น้อง 18 สัปดาห์แล้ว คงพอได้คุ้นๆ คลื่นเสียงชื่อตัวเอง ที่พ่อกับแม่เรียกมา 2 เดือนแล้วมั้ง
เราสองคนชอบชื่อนี้มากเลยครับ...ชื่อ... น้องเมไจ (MAGI)
(อ่านว่าเมไจ ไม่ใช่ เมจิ)
เป็นชื่อของ supercomputer 3 เครื่อง เป็นชื่อเก๋ๆ ที่ฝังใจผมมาจาก anime ในดวงใจเรื่องหนึ่ง...evangelion
จริงๆ แล้ว MAGI เป็นศัพท์จากไบเบิ้ล ว่ากับว่าเป็น Three wise men, Three Kings หรือว่า Kings from the East
ที่มาพบพระเยซู ในคืนวันประสูติ... เพิ่มเติม ดู Meaning of Magi
Magi เป็น พหูพจน์ของ Magus ในความหมายที่บอกไป
มีอีกนิด ที่แอบคิดไว้เป็นกิมมิค MAGI เป็นส่วนนึงของคำว่า iMAGIne ด้วย
ผมอยากให้ ลูกผมเป็นเด็กช่างคิด ช่างฝัน มีจินตนาการ
หวังว่าโตขึ้น ลูกผมจะชอบชื่อนี้เหมือนที่พ่อกับแม่ชอบนะ
ฟังดูจะยาวไปหน่อยกับความหมายของชื่อลูก... ผมก็กำลังหาคำอธิบายให้ลูกฟังง่ายๆ เหมือนกัน ถ้าวันหลังลูกถาม
แต่ว่าเรื่อง ชื่อจริง นี่สิ ผมกับเน็ทยังตัดสินใจไม่ได้ซะที ถึงได้ตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้...อย่างน้อย รู้เพศก็คงตัด choices ได้บ้าง
ถ้าเป็นผู้ชาย ผมอยากให้ชื่อ มหาสมุทร
เพราะว่า มหาสมุทร ใหญ่กว่า ไผท (แผ่นดิน) 3 เท่า...มหาสมุทร ผดุงถิ่น เท่ห์มั้ยครับ
แต่ถ้าเป็นลูกสาว ยังคิดชื่อไม่ออก... เน็ทอยากให้ชื่อ มาจิกา
คิดว่าไงครับ เมไจ มาจิกา ผดุงถิ่น (MAGI - Magika Padungtin)
ลูกผมดูจะวนเวียนกับเวทมนตร์ไปหน่อยมั้ย...โตขึ้นมา สงสัยคงต้องส่งไปเรียนต่อ Hogwarts หล่ะมั้ง
กลับมาฟังความรู้สึกเมื่อเช้าของผมต่อ...
มันลุ้นนะ ที่คุณหมอหมุนๆ ไอ้หัวอัลตร้าซาวนด์นั่นไปมา
ดูเมไจทีละส่วน ดูหัว วัดขนาดกระโหลก
ดูแขน ดูขา ดูกระเพาะ วัดความยาวลำตัว
ผมลุ้นซะตัวโก่ง ว่าเมไจจะแข็งแรงมั้ย มีพัฒนาการตามเกณฑ์รึป่าว
แค่นี่แหละ พอหมอบอกว่า โอเค ทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไร
ผมโล่งอกมากเลย เน็ทบอกผมยิ้มไม่หุบเลย... ก็มันดีใจนี่หน่า
หลังจากนั้น หมอค่อยส่องหา "ช้างน้อยของเมไจ"
หมอบอกว่า ไม่เห็นช้างน้อย น่าจะเป็นผู้หญิงนะ
ถ้าเป็นผู้ชายก็น่าจะมีติ่งออกมาบ้าง
แต่ถ้าจะให้ชัวร์เดือนสองเดือนข้างหน้าค่อยมาดูกันใหม่
แต่สำหรับผม คงไม่เป็นไรครับหมอ
ผมสรุปเอาเลยแล้วกัน ว่าเมไจ เป็นผู้หญิง
เพราะถ้าเป็นผู้ชายแล้วช้างน้อยเล็กขนาดที่คุณหมอมองไม่เห็น
โตขึ้นมาคงอายเพื่อนแย่...
ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะได้นึกภาพ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ผมต้องดูแลต่อไป... ด.ญ.เมไจ
แต่นึกไปได้นิดนึงก็เหนื่อยใจ... นี่ ลูกสาวผมต้องโตขึ้นมาในประเทศที่มีแต่คนทะเลาะกันแบบนี้เหรอ
(วนมาการเมืองอีกแล้ว)
.
.
.
ไผทนี้รักสงบ
เมไจก็รักสงบ
...เลิกทะเลาะกันเถอะครับ...เพื่ออนาคตของประเทศไทย
27 avril 1974 Bangkok Tourย้อนอดีตกลับไปดูความสวยงามของกรุงเทพฯ ปี 2517 (1974)
ในปีนั้น 5 ไอ้มดแดง (ไม่มีลิขสิทธิ์) จากญี่ปุ่น มาขี่มอเตอร์ไซต์พาชมเมือง
ในภาพยนตร์เรื่อง "หนุมานพบ 5 ไอ้มดแดง" โดย ไชโยโปรดักชั่น
กรุงเทพฯ น่าอยู่ดีเนอะ...
(เนื้อร้อง)
SET UP! SET UP! SET UP!
เหล่าร้ายหมายรังควาญใคร ก่อภัยถ้าให้เดือดร้อน เราจะตามรบรอน ถอนความชั่วร้าย ทำลายล้างสิ้น มาบนดิน หรือจะบินบนฟ้า ท้าทาย บู๊ไว้ลาย มดแดงเจ้าแห่งกำลัง ใครมากวนถึงรัง รั้งรอไม่ได้ ต้องไปปราบมัน ให้มันลง นรกพลัน ไม่หวั่นใคร รู้ไว้ ไอ้มดแดง X X X (ซ้ำ 1 รอบ) 16 avril Business Logicเคยมั้ยที่เวลาอ่านหนังสือบางเล่ม แล้วอยากเขียนเก็บไว้
มันรู้สึประมาณว่า ชอบบทความนี้จัง อยากจำได้นานๆ... (เพราะผมขี้ลืม)
แล้วไอ้ที่กะว่าจะเขียน ก็ผ่านไป เพราะข้ออ้างอะไรก็แล้วแต่...
เดือนที่แล้ว ผมอ่านหนังสือเรื่อง ZigZag เมื่อแกะดำทำธุรกิจ ของคุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์
เป็นหนังสือดี ที่แนะนำให้อ่านจริงๆ อ่านไปขนลุกไป มัน build ดีเหลือเกินครับ
บทความส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับเรื่อง Attitude สไตล์ Contrarian Strategist (พวกขบถทางความคิด)
อ่านง่ายๆ บทความละ 3-4 หน้า จริงๆ แล้วผมชอบเกือบทุกบทนะ
แต่มีอยู่บทหนึ่ง ที่อ่านแล้วเหมือนถูกสะกิดนิดๆ
อยากเอามาเก็บไว้ (กลัวลืม)
แกเขียนไว้อย่างนี้ครับ... (ผมเปิดหนังสือพิมพ์ตามมาทุกตัวอักษร)
ตรรกะ (p86-p89, ZigZag เมื่อแกะดำทำธุรกิจ, ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ :2550)
ผมมีความรู้สึกประหลาดใจกับตรรกะของเรื่องบางเรื่อง เลยขอนำมาเป็นประเด็นในอาทิตย์นี้
เมื่อเราซื้อสินค้าหรือบริการจากเพื่อนที่สนิทสนมกัน เราทำอย่างไรครับ
ด้วยความสนิทสนมรักชอบพอกัน เราจะขอราคาพิเศษ เป็นราคาที่ต่ำกว่าเพื่อนรักคนนั้นขายให้ผู้คนทั่วไป
ผมว่ามันประหลาดดี ที่เรารู้จักกับคนคนหนึ่งมานานพอควร ไม่เท่านั้น ยังมีความรู้สึกดีๆ กับเขา
และนับถือเขาเป็นเพื่อน แต่กลับเอาความสัมพันธ์พิเศษนั้นเป็นกติกาว่าเขาต้องดูแลเราเป็นกรณีพิเศษ
โดยให้เขามีรายได้น้อยลงเมื่อมีโอกาสค้าขายกัน
ควรคิดกลับทางกัน การทำการค้ากับเพื่อนเราน่าจะให้เขามีรายรับสูงกกว่าปกติ เพื่อให้เขามีสุขภาพทางการเงินที่เข้มแข็ง
ไม่ต้องคิดให้มากความ แค่คำว่าเพื่อนเรายังพาเขาไปเลี้ยงข้าวเมื่อมีโอกาส
แล้วทำไมจะไปเบียดบังเขาเมื่อมีโอกาสทำการค้ากัน
ผู้คนน่าจะใช้ความสัมพันธ์พิเศษที่มีให้กันและกันเป็นเหตุผลว่าควรดูแลคนอีกข้างหนึ่ง ให้ดีพิเศษกว่าคนอื่น ไม่ใช่กลับกัน
วิธีนี้ไม่ใช่หรือที่เป็นตรรกะของการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้โลกนี้มีความน่าอยู่ มีดัชนีของความสุขมากขึ้นกว่าเดิม
ความรู้สึกดีๆ ต้องตอบแทนด้วยสิ่งดีงาม
ถ้าคิดอะไรที่ใหญ่กว่าตัวเอง เราจะได้อะไรที่เป็นความสุขที่ใจของเรา
เรื่องที่สองคือคำว่า "เล่นพรรคเล่นพวก"
คำนี้มีความหมายในแง่ลบ
สำหรับตัวผม ผมเป็นคนเล่นพรรคเล่นพวก แต่กติกาในการเล่นพวกของผมจะแตกต่างไป
ถ้าพรรคพวกผมมีฝีมือเท่ากับหรือดีกว่าคนนอก ผมเลือกที่จะใช้บริการหรือสินค้าของพรรคพวกดีกว่า
ถ้ามีพรรคพวกแล้วไม่สนับสนุน ทั้งๆ ที่งานของเขาดี ผมว่ามันก็พิลึกนะ
คำว่าพรรคพวกเป็นคำที่ดีแต่ใช้ให้ถูกทาง
การสนับสนุนพรรคพวกไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยน กล้าทำกล้าพูด ไม่ต้องแอบ
เพราะมันเป็นประโยชน์กับส่วนรวม
อยากฉายภาพที่ใหญ่กว่านั้น
คำว่าพรรคพวกในความหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือ คำว่าคนไทย
ถ้าเราไม่สนับสนุนธุรกิจของคนไทยด้วยกันทั้งๆ ที่ฝีมือของพวกเดียวกัน แจ๋ววับ
แล้วเมื่อไรธุรกิจของคนไทยจะติดปีกได้
แล้วจะมีใครกล้าติดธงชาติไทยที่หน้าอกเสื้อถ้าไม่เกื้อหนุนกันเอง
เล่นพวกกันให้มากๆ เถอะครับ
ตรรกะทั้ง 2 เรื่อง ทั้งเรื่องเพื่อน และเรื่องพรรคพวก
ผมก็เคยเจอเหตุการณ์ที่ต้องคิด มาเหมือนกัน
บางครั้งก็ว่าไป สไตล์ไทยๆ นี่แหละ เพื่อนกันขอราคาพิเศษ+บริการพิเศษหน่อยหว่ะ...
พอเจอกับตัวเอง เพื่อนกันก็ขอกันแบบนี้เหมือนกัน เลยเห็นว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
หลัง transaction นี้ กลายเป็นมีฝ่ายนึงได้ยิ้มกว้างๆ กับอีกฝ่ายนึงยิ้มแหยๆ
ไว้คราวหน้า จะลองเอาตรรกะ จากเรื่องนี้ไปใช้ จะได้ยิ้มกว้างๆ กันทุกฝ่าย
Business from Friendship
Friendship from Business
16 mars Bote and the Baby in Nett's Bellyต่อจากครั้งที่แล้ว...
สรุปว่า เทคนิคการคุมกำเนิดด้วย Wii ของผมล้มเหลว
ไม่ต้องรอให้เครื่อง Wii เจ๊งแล้ว...
...เน็ทท้องแล้วจ้า...
(เรายังไม่ได้ไป honeymoon กันเลย)
จริงๆ รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้ว แต่ว่าน้องอาจจะยังไม่ค่อยแข็งแรง
อารมณ์คุณพ่อมือใหม่ ก็ค่อนข้างกังวล เลยไม่มีมู๊ดจะเขียน blog
ช่วงนี้ก็ยังต้องดูแลคุณแม่เป็นพิเศษหน่อย นี่ก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ผมเนี่ย
ยังตื่นเต้นไม่หายกับตอนที่รู้ว่าเน็ทท้อง เพราะจริงๆ ก็แอบหวังอยู่เล็กๆ ว่าเน็ทน่าจะท้องเมื่อตอนต้นเดือน
มันรู้สึกแบบว่ามีเซ้นส์ยังไงไม่รู้ ผมพูดดักคนเน็ทอยู่ตลอดว่า ท้องแน่ๆ ให้ดูแลตัวเองดีๆ
แต่ว่าพอซักวันที่ 1 เน็ทก็มาบอกและหัวเราะเยาะผมด้วยว่า ...ชั้นไม่ท้องหรอก เมนส์มาละ...
ผมก็ต้องโอเค ไม่เป็นไร แต่ก็รู้สึกแห้วนิดๆ ก็อยากมีลูกหน่ะนะ แต่ก็ไม่ได้แพลนไว้ว่าจะมีในปีนี้หรอก
แล้ววันที่ 7 แต่เช้าตรู่เลย ตีห้าได้มั้ง เน็ทลุกไปฉี่แล้วก็วิ่งกลับมาบอกผมว่า ท้อง ~เฉย~
ผมงงอย่างแรง นึกว่าฝัน ก็ชั้นทำใจไปแล้วว่าเธอไม่ท้อง ท้องได้ไง มีเมนส์ไม่ไช่เหรอ...
สรุปแล้ว she อำผมซะเปื่อย
ตอนนี้ น้องในท้องเน็ท ตัวยาว 8.7 มิล แล้ว มีแววตัวสูงเหมือนพ่อ ฮะๆๆ
อยากเจอลูกทุกอาทิตย์เลย แต่คุณหมอนัดอีก 2 อาทิตย์แน่ะ
ขอให้คุณแม่กับคุณลูกแข็งแรงนะ คุณพ่อเอาใจช่วย
แล้วปลายปีจะได้ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก นะ
...อันนี้ รูปเน็ท หลังจากเทสต์แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ที่ออฟฟิศ แล้วคุณลุงเพื่อนเอ็นถ่ายมาให้ Thank you!...
2 ขีด ค่า...าาาา~ (ซื้อมาเทสต์ไป 3 อัน... ขี้เห่อมั้ยครับ ภรรยาผม)
14 février Wii Effectช่วงนี้ไม่ค่อยได้ update blog แฮะ
ไม่ใช่ข้าวใหม่ปลามันอะไรนะ...
ที่บ้านมันมีเครื่องดูดเวลามาใหม่
เป็นของขวัญวันแต่งงาน ที่ครอบครัวพี่เอให้
มันคือ Wii ...เครื่องเล่นเกมส์ของเรา
จริงๆ แล้วที่บ้านผมไม่มีเครื่องเล่นเกมส์มาเป็นสิบปีแล้ว
จนได้เจ้านี่มา มันปลุกอารมณ์เด็กๆ บ้าเล่นเกมส์ ของผมขึ้นมาอีก
เล่น Wii แล้วมันติดครับ หนุกด้วย แถมมีข้ออ้างว่า ได้ออกกำลังกายอีก
แต่ข้อเสียก็คือ มันกระทบกับกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตพอสมควร
อ่านหนังสือช้าลง เล่มนึงอ่านไม่จบซักที
Space ก็ไม่ค่อยได้ update
TV ก็ไม่ค่อยได้ดู
แบดก็ไม่ได้ตี
คาราโอเกะ ก็ไม่ได้ไปร้อง
.
.
.
ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว หลังจากเน็ทเคลียร์ Cooking Mama - Cook Off เมื่อเดือนที่แล้ว
ตอนนี้เธอก็มุ่งมั่นมากกับ Big Brain Academy เกมส์ขยายขนาดสมองของเธอ
จากสมองวัว เริ่มเป็นสมองคนแล้วเดี๋ยวนี้... จริงๆ แล้ว เกมส์นี้สร้างสรรค์มาก ใครมี Wii ขอแนะนำเลย!
มีตัวอย่างมาให้ดูด้วย...
โอเคครับ... นี่คือ Wii Effect ที่มีผลกับ us(เรา)
เผลอๆ เราอาจจะยังไม่มีลูก จนกว่าจะเครื่อง Wii จะเจ๊งหล่ะมั้งเนี่ย...แป่ว!
10 janvier ฝากไว้ก่อน เคแอล (ตอน 2)ทริปเคแอลคราวนี้ ผมไม่ได้ไปสถานที่อะไรแปลกใหม่ซักเท่าไหร่ แค่ไปเดินส่องหน้าร้าน (window shopping) กับเน็ทแค่นั้น
นั่งอ่านหนังสือ มองยอดตึก Petronas แล้วก็นั่งดูรายการทีวีท้องถิ่น
คราวนี้ผมได้ดูทีวีเยอะมาก มากกว่าทุกทริป เพราะส่วนใหญ่เวลาไปประเทศใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไป ก็มักจะออก explore ซะเป็นส่วนใหญ่
แต่ที่ KL นี่รอบที่ 4 แล้ว... ไม่ต้องไปไหนมากแล้ว นั่งดูทีวีดีกว่า
รายการทีวีเนี่ยบอกวัฒนธรรม และค่านิยมของคนในประเทศนั้นๆ ได้นะ...ว่ามั้ย
รายการท้องถิ่นที่นี่มีหลายภาษาปนๆ กันไป ทั้ง มาเลย์ จีน ทมิฬ อังกฤษ
แต่ส่วนใหญ่จะมี subtitle เป็นภาษามาเลย์แทบทุกรายการ ก็ต้องให้ความสำคัญกับประชากรหลักของประเทศหน่อย
ส่วนรายการไหนที่พูดมาเลย์ ก็ sub อังกฤษ ตลอด... น่าอิจฉา อยากให้รายการทีวีไทยมี sub อังกฤษ ทุกรายการบ้างจัง
จะมีช่องไหนคิดจะทำมั้ยน๊า... cost ไม่น่าจะสูงขึ้นเท่าไหร่นะ คิดว่าเป็น contribution เพื่อนลูกหลานชาวไทยจะได้พัฒนาภาษาอังกฤษกับเค้าบ้าง
แล้วก็ยังมีพวกรายการ/ละครอิมพอร์ต จาก เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย อีก
หลากหลายมาก ตกใจมาก เจอหน้า ซี ศิวัฒน์ กับ เอมี่ ในทีวีมาเลย์เฉย เป็นละครช่วงบ่าย คงไม่ได้ดังอะไร
พากษ์ไทย sub มาเลย์ แต่ว่าก็ยังดี ที่เรามีการส่งออกวัฒนธรรมบ้าง...
ซีรี่ส์ (ละคร) มาเลย์เอง ก็มีบางเรื่องพัฒนาไปมาก จนน่าตกใจ การจัดแสง มุมกล้อง และ production ต่างๆ ไปทางเดียวกับซีรี่ส์เกาหลี ไต้หวันแล้ว
จริงๆ ยังไม่ถึงกับเกาหลีหรอก ระดับน้องๆ ไต้หวัน ฮ่องกง แต่ว่าทิ้งห่าง บรรดาเจ๊ๆ ผู้จัดละคร บ้านเรา อยู่หลายช่วงตัว
ละครเกรดบี non primetime ก็ยังมีอยู่นะ อันนี้ก็พอๆ กับบ้านเรา หน้ามันๆ กล้องนิ่งๆ ดูรีบๆ ถ่าย
พวก Graphics ในช่วงต่างๆ จิงเกิ้ลตอนเบรค (แบบช่องเจ็ดสี ทีวีเพื่อคุณ) เนี่ย เนียนขึ้นมาก
ป๊อบอัพ ที่บอกชื่อรายการที่ฉายอยู่ รายการถัดไป เป็นรูปเคลื่อนไหว เจ๋งๆ ทำได้โปรประมาณ NBC เลย
(เหมือนกับที่เวลาดู Heroes ที่ ดำโหลด Bit มากให้หน่ะ)
นี่ตัวอย่าง logo ใหม่ของ NTV7 ตั้งแต่ปี 2006 (เทียบกับช่อง 7 บ้านเราแล้วกัน)
คือจริงๆ เรื่องนี้มันดูเป็นเรื่องเล็กน้อยนะ... แต่ผมว่า ถ้าใส่ใจมากขึ้นอีกนิด มันก็ดีขึ้นได้จริงๆ
Graphics พวกนี้อาจจะไม่ได้ทำให้สถานี หรือ เนื้อหารายการดีขึ้น แต่ว่ามันแสดงให้เห็นว่าคนทำตั้งใจทำแค่ไหนมากกว่า
มาเลเซีย พัฒนา skill เรื่องศิลปะและการออกแบบได้เร็วกว่าที่คิดไว้เหมือนกัน
เดิมทีเดียว ผมแบบเข้าข้างตัวเองคิดว่า คนมาเลย์น่าจะมีพรสวรรค์ด้านการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ น้อยกว่าคนไทย
มันน่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม และวิถีชีวิต ที่เราช่างประดิษฐ์ประดอย ปราณีต ยิ้มแย้มแจ่มใส ที่ทำให้คนไทยมีพรสวรรค์ด้านการออกแบบ
แต่เหมือนจะคิดผิด... เพราะทักษะการออกแบบทุกอย่าง มันพัฒนากันได้
อย่าง LIMKOKWING UNIVERSITY OF CREATIVE TECHNOLOGY นี่ก็อาจเป็นส่วนนึงที่ทำให้
การพัฒนาทักษะด้านการออกแบบของบัณฑิตชาวมาเลย์ดีขึ้น อย่างรวดเร็วแบบนี้
มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนด้านการออกแบบ อยู่ที่ CyberJaya ใกล้ๆ PutraJaya เมืองหลวงใหม่ของมาเลเซีย
ส่วนตัวแล้วชอบมหาวิทยาลัยนี้ในเรื่อง Business Concept มาก ทั้งเรื่องวิสัยทัศน์ แล้วก็เรื่องการตลาด
ตอนนี้มหาวิทยาลัยนี้กำลังเริ่มเปิด campus ทั่วโลกอยู่ เห็นว่า 13 เมืองแล้ว ทั้งลอนดอน นิวยอร์ค และกัมพูชา
เพราะเรื่องการออกแบบมันเป็นเรื่อง Global มันเป็นยิ่งกว่าเทรน ถ้าชนชาติไหนขาดทักษะด้านการออกแบบ
ก็คงเป็นได้แค่ผู้รับจ้างผลิต ไม่มีทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าของตัวเองได้ซะที
...แต่ประเทศของผม เพิ่งยุบศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ (TCDC) ไปรวมกับหน่วยงานอื่น
ย้ายสถานที่สำนักงาน ห้องสมุดออกแบบไป เพราะเหตุผลว่า สิ้นเปลืองงบประมาณ
ขอบคุณจริงๆ...
4 janvier ฝากไว้ก่อน เคแอล (ตอนที่ 1)ปีใหม่ที่ผ่านมา ผมหนีไปเติมไฟให้ตัวเองมา หลังจากเหนื่อยสุดๆ กับงานแต่งงานและปัญหาชีวิตเรื่องงานที่ยังไม่ลงตัว
และเน็ทก็อยากไปช้อปปิ้งของเข้าห้องที่ IKEA ด้วย แค่คราวนี้ไป KL แทน เพราะ IKEA ที่ KL นี่เข้าใจว่าราคาถูกที่สุดในย่านนี้แล้ว
เดินทางก็สั้น ตั๋วไม่แพง แถมของไม่แพงอีก จริงๆ ก็คงเป็นราคามาตรฐานเดียวกันทุกสาขาแหละ แต่เพราะค่าเงินทำให้ที่มาเลเซียนี่ราคาถูกที่สุด
กัวลาลัมเปอร์ เป็นเมืองที่ชาร์ตไฟใส่ชีวิตผมได้ดีทุกครั้งที่ไป จริงๆ แล้วครั้งนี้กะไปชิวๆ ไม่คิดอะไรมาก
แต่ไปถึงแล้วมันก็อดคิดมากไม่ได้อยู่ดี มันบรรยายออกมาเป็นความรู้สึกยากนะ
มีความรู้สึกชื่นชม อิจฉา เจ็บแปลบ เศร้าใจ กลัว ปนๆ กันไป ทุกก้าวที่เดินอยู่ในเมืองนี้
เหมือนจะบ้า แต่มันก็อดรู้สึกไม่ได้ ว่าประเทศเพื่อนบ้านเรา ที่อายุแค่ 50 ปี กลับพัฒนาแซงหน้าประเทศไทยของเราได้จริงๆ
และกำลังวิ่งนำแบบไม่เห็นฝุ่น ทำไม...ผมว่าคนไทยก็ทำบุญเยอะนะ แต่ผลบุญมันไม่ช่วยคนไทยด้วยกันให้เห็นผลในชาตินี้เลยเหรอ
ทำไม ผมยังต้องอยู่ในประเทศที่มีคนโกงชาติ เล่นพรรคเล่นพวก เห็นแก่ตัว ถ่วงความเจริญของประเทศเราอยู่อีก
คนมาเลย์ไปได้ผลบุญมาจากไหน ทำไมมันถึงเจริญเอาๆ ไอ้คำว่าเจริญเนี่ย ผมยังรู้สึกเหมือนเดิมว่ามันคือคุณภาพชีวิต ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องวัตถุ
ผมไม่ได้อิจฉาที่มาเลเซียมีตึกเปโตรนาส หรือปุตราจายา แต่ผมอิจฉาที่คุณภาพชีวิตโดยรวมของคนดีขึ้น การศึกษาดีขึ้น และสาธารณสุขดีขึ้น ทั้งคนเมืองและชนบท
บริษัทสัญชาติมาเลย์ก็พัฒนาขึ้นมากในการแข่งขันในตลาดโลก ยกตัวอย่าง Proton
ผมก็เป็นคนนึงเคยดูถูกรถโปรตอน ว่าห่วย ไม่ได้พัฒนาอะไรเอง เอาของคนอื่นมาแปะยี่ห้อ
โปรตอนตอนนี้ถึงจะสถานการณ์ไม่ค่อยดีสำหรับตลาดรถภายในประเทศเองหลัง AFTA แต่ก็ฮึดสู้เตรียมออกมาแลกหมัดนอกบ้านแล้ว
อาจใช้เวลาอีกซักพัก แต่ผมว่าโปรตอนก็มีโอกาสพัฒนาขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายสำคัญในเอเชียได้ซักวัน
ดูจากผลจากการเปิดตัวในเมืองไทยเดือนที่แล้ว ก็น่าจะมีลุ้นเหมือนกัน... ถ้าไม่เจอดีลเลอร์ห่วยๆ นะ :P
พอดีช่วงที่ไป เป็นช่วงแพลมหน้าตารถ Proton SAGA เจนเนอเรชั่นใหม่ ในโครงการ BLM (Base-Line Model)
ซึ่งจะเป็นโมเดลที่จะใช้รุกตลาดเหมือน SAGA เดิม เมื่อซัก 15 ปีที่แล้ว ที่ใช้ Mitsubishi CHAMP มาแปะยี่ห้อตราเสือโปรตอน (รุ่นที่เป็น taxi ใน KL จนถึงทุกวันนี้)
SAGA ใหม่ ทำเอง ออกแบบเอง แท้ๆ ...15 ปี... ถ้าตั้งใจจริงๆ มันพัฒนาได้จริงๆ
และผมว่า SAGA ตัวใหม่เครื่อง 1.3 ลิตร ราคาประมาณ 3-4 แสนบาทเนี่ย จะสร้างอิมแพคอีกครั้งกับเศรษฐกิจมาเลเซีย
เรื่อง vision 2020 ก็ยังได้ยินอยู่ ทุกครั้งที่มามาเลเซีย ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มากับทัศน์กับวิ่ว เมื่อปี 2000
ผ่านมา 8 ปีแล้ว vision 2020 มันเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นจริงๆ
มีการพูดถึง เป้าหมายรายได้เฉลี่ยต่อประชากรมากกว่า 20,000 USD เหมือนประเทศพัฒนาแล้ว
เหมือนกับที่เพิ่งอ่านมาในหนังสือ SAMSUNG เรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเกาหลีเป๊ะเลย
ทำไมผู้นำประเทศของผม... ไม่มีใครสร้างพันธสัญญาแบบสร้างสรรค์อย่างนี้บ้างวะ!
มีเรื่องอยากบ่นต่ออีกเยอะ... แต่ต้องกลับก่อนละวันนี้ ไว้มา update ใหม่
งั้นขอตั้งชื่อตอนนี้ไว้ว่า "ฝากไว้ก่อน แคแอล" ละกัน
ไว้จะกลับมาเอาคืน... ซักวัน...
29 décembre New Life (After Married)ผมเริ่มชีวิตใหม่แบบไม่โสดแล้วครับ...
ปีนี้ชิวิตเหมือนวิ่งมาราธอน เตรียมทุกอย่างหาเงิน แต่งงาน ทำบ้าน อยากให้เรื่องงาน settle
เหนื่อย พอผ่านวันที่ 23 ธันวา มาได้ เหมือนวิ่งเข้าเส้นชัยจริงๆ
ปีนี้ก็เหมือนทุกปี มีทั้งเรื่องทำได้และทำไม่ได้ เรื่องน่าจดจำ แล้วก็เรื่องทำร้ายจิตใจ
ปีหน้า ผมจะเริ่มใหม่... ชีวิตใหม่กับเป้าหมายใหม่
แบบมีคนให้กำลังใจใกล้ๆ... น่าจะสนุกกว่าเดิมนะ
29 novembre Fail Faster, Succeed Sooner...ถึงยุ่งยังไง ถ้ามันมีอารมณ์อยากเขียน ผมก็หาเวลามาเขียน blog จนได้นั่นแหละ...
พูดถึงคุณซิคเว่เนี่ย แกเป็นไอดอลของผมคนนึงเลยนะ จำได้เลาๆ ว่า อ่านเจอชื่อแกครั้งแรกตอนเปิดตัวเป็นซีอีโอคู่กับคุณวิชัย เมื่อหลายปีก่อน
ยังคิดว่าชื่อตานี่ อ่านยากดีหว่ะ... หลังจากนั้นคุณฝรั่งชื่อแปลกคนนี้ก็ผ่านเข้ามาให้เห็นจนคุ้น และผลงานการพลิกดีแทคของแก ก็เป็นพี่พูดถึงกันอยู่บ่อยๆ สำหรับผมและเพื่อนๆ
ผมอ่านหนังสือเริ่มแรกเกี่ยวกับแก เป็นรวมบทสัมภาษณ์ของคุณธันยวัชร์ เล่มสีฟ้าๆ (ขออภัย นึกชื่อหนังสือไม่ออก)
ทำให้ต้องไปหาอ่านหนังสืออีกเล่มที่ผมก็เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแนวคิดของซีอีโอดีแทคสุดจ๊าบคนนี้
Karaoke Capitalism เรียกว่าเป็นหนังสือ business แนวอินดี้ฉบับแรกที่ผมเคยอ่าน...แต่ก็สนุกมากกับกูรูสวีดิชหัวแหม่งสองคนนี้
ประทับใจคนอ่าน แบบที่เรียกว่า อ่านดี จึงบอกเพื่อนกันมาแล้วหลายคน
ใน My Life As A Coach เป็นหนังสืออ่านง่ายๆ ให้อะไรเยอะ เป็นการรวบรวมคอลัมน์ quote of the day จากกรุงเทพธุรกิจของคุณชิคเว่เจ้าประจำ
บทต้นๆ ผมเหมือนถูกฟาดหัวด้วยคำว่า Fail Faster, Succeed Sooner เห็นว่าเป็น quote ของ David Kelly (ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ search ว่าตานี่คือใคร?)
มันทำให้ย้อนคิดไปถึงเรื่องเมื่อซัก 5-6 ปี ก่อน ช่วงปลายของชีวิตลูกจ้างประจำ
ผมคงกำลังห้าว อายุ 22 ย่าง 23 คิดอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ
เจ้านายเก่าคนนึง ถามผมว่า คิดยังไงจะออกไปทำธุรกิจเอง
ผมบอกว่า ผมคิดว่าถ้าผมล้มก่อน ผมคงจะไม่เจ็บมาก แล้วผมจะลุกขึ้นมาใหม่ได้ และไปถึงเป้าหมายได้ไว
เข้าทำนองเดียวกับ quote นี้แหละ
แต่ผมไม่ได้คิดถึงคำนี้มาหลายปีแล้ว เกือบลืม ถ้าไม่ได้เจออีกครั้งในหนังสือเล่มนี้
คงเพราะผมกำลังอยู่ในอาการเมาหมัดมาตลอด 4-5 ปี นี่
ผมทำงานหนัก แต่ก็มีปัญหา อุปสรรคมาให้แก้ตลอด ก็สู้กับแบบสุดๆ เพราะไม่อยากจะ Fail
เดินตุปัดตุเป๋อยู่หลายที แต่ก็ไม่ยอมล้ม
ผมว่า... ผมอาจจะสมควรแก่การล้มให้กรรมการนับซักที จะได้มีเวลาตั้งตัว นับแปดแล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่
ก็อู้ได้ 8 วิ ซึ่งน่าจะนานพอที่จะคิดว่า ที่ผ่านมา เรามีอะไรผิดพลาดบ้าง แล้วจะลุกขึ้นมาสู้กันใหม่...
.
.
.
จริงๆ แล้วก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ คุณซิคเว่ เค้าเขียนในเชิง encourage ให้คนกล้าที่จะลองทำในสิ่งใหม่ๆ มากกว่า
ลองทำแล้วพลาด มันก็ไปบันไดไปสู่การทำครั้งใหม่ที่ดีกว่า
ให้โอกาสทีมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณบ้างนะครับ
31 octobre Our Wedding Blog Officially Openedผมเริ่มทำ blog บันทึกเรื่องเกี่ยวกับงานแต่งงานของผม เมื่อ 8 เดือนก่อน
อยากจะให้มันเป็น Time Capsule รอให้เน็ทมาอ่าน
อยากให้รู้ว่า ผมตั้งใจจัดงานแต่งงานมาก
คนปากมันอย่างผมอดทนมา 8 เดือน ไม่แพลมเรื่องนี้ให้เน็ทรู้
เพิ่งจะให้เน็ทได้เข้าไปดูเป็นคนแรก เมื่อ 2 วันก่อน
ถึงจะเป็นแค่เรื่องจิ๊บๆ แต่ผมก็แอบลุ้นผลพอสมควร...
ก็เราไม่มีช๊อตโรแมนติค เซอร์ไพร์สขอแต่งงานอะไรเหมือนคนส่วนใหญ่
แค่นี้ที่ผมพอทำได้ ก็อยากให้เน็ทยิ้มๆ ในใจบ้าง
.
.
.
โอเค... ชักเลี่ยนแล้ว
ยังไงก็เชิญเข้าชม Blog แต่งงานของผมกันเลยแล้วกัน อย่าลืม sign guestbook กันด้วยเน้อ
ผมว่าเผลอๆ มันจะมีน้ำมีเนื้อกว่า presentation งานแต่งงาน 3-4 นาที อีกนะเนี่ย
อ่านย้อนๆ ไป คงจะเห็นอารมณ์เพ้อๆ ฟุ้งซ่าน ของคนกำลังจะสละโสด ก็ได้...แหะๆ
อันนี้ blog แรกของ space เขียนเมื่อ 1 มีนาคม 2550 ที่เพิ่งจะถูกอ่านครั้งแรก เมื่อวานนี้เอง...
หวังว่าทุกคนที่แวะไปเยี่ยม blog นู้น จะรู้จักเรามากขึ้น
แล้วก็มาร่วมฉลองกับเราวันที่ 23 ธันวา นะครับ
Bote
29 octobre Paul Giamatti - Try A Little Tendernessปิดเสียงเพลง Theme ของบล๊อคนี้ซักครู่
แล้วมาฟังอีกหนึ่งเพลงโปรดที่ผม recommend
เพลงจากหนังเก่าๆ เกรดบี เรื่องนึง ที่ได้หัวใจคนรักคาราโอเกะอย่างผมไปเต็มๆ (Duets)
ในเรื่อง ตาคนผูกไทด์นี่เป็นเซลล์แมนรั่วๆ ที่คิดแต่เรื่องงานและการแลกไมล์สะสม
จนวันนึงสติแตก ได้ลองเล่นยา แล้วก็กลายเป็นบุปผาชน ออกมาร้องคาราโอเกะตามร้านต่างๆ อย่างไร้จุดหมาย
ส่วนตาคนดำนี่ เป็นนักโทษแหกคุกแต่กะจะกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่
2 คนนี่ เพิ่งเจอก่อนได้แป๊บนึงก่อนจะถึงฉากนี้ ร่วมกัน cover เพลงนี้กันอย่างเมามันส์
เป็นอีกแรงบันดาลใจ ให้ผมปลดปล่อยตัวเองทุกครั้งที่ได้ร้อง...คาราโอเกะ
14 octobre An Element of Hip-hopวันนี้ไปถ่ายรูปคู่รักหวานแหววกันมาอีกแล้ว กว่าจะหาเวลามาเล่นแบบนี้กันได้นี่ยากเหลือเกิน
เซ็ทนี้อยากจะ represent วัฒนธรรมอย่างนึงที่มีอยู่ในช่วงชีวิตของเรา - Graffiti
งานศิลปะบนซากตึกและฝาผนังร้างๆ แบบนี้ ถ้าเรามองผ่านไป อาจจะนึกว่ามันเป็นแค่ฝีมือพวกเด็กมือบอน
แต่ลองมองดูดีๆ มันเจ๋งนะเฟ้ย! พวกนี้มีความเป็นมืออาชีพนะ ไม่ใช่พ่นด่าพ่อสถาบันอื่นเหมือนบางพวก
พวกนี้มันเป็นศิลปิน... มีจรรยาบรรณด้วย ไม่พ่นสุ่มสี่สุ่มห้า
Graffiti เป็นหนึ่งใน 4 elements ของ Hip-hop Culture
...ทั้ง B-Boy, DJ, Graffiti และ MC จะมาที่นี่...
จริงๆ แล้ว ผมแค่ชอบฟังเพลง Hip-hop แบบผิวๆ ชอบร้องตาม เพราะมันมันส์ปากดี ไม่ได้รู้อะไรลึกซึ้ง และไม่ได้ wannabe อะไรแบบนั้น
Tag เถิ่ก อะไรของพวก Graffiti นี่ก็อ่านไม่ออกหรอก ฮะๆ
แต่อยากจะเก็บไว้เป็นความทรงจำ ว่าครั้งนี้ยุคที่เรายังเป็นหนุ่มสาว มันมีวัฒนธรรมแบบนี้ด้วย
จริงๆ แล้วจะทั้งหมดทั้งปวงข้างบน เป็นข้ออ้าง...
.
.
.
ผมกับเน็ทไปถ่ายรูปกันหวานซึ้ง ขี่คอ ไล่จับริมหาด เตะน้ำทะเล อะไรกันแบบนั้นไม่ได้ซะมากกว่า
เลยออกมาเป็นแบบเนี๊ยะ...
(Photographer: อ๋อง คนเดิม แต่เลนส์ใหม่...ก็ดีขึ้นหน่อยวะ)
28 septembre Sufficiency Economy ในกะลาของฉันกะจะลองเขียนเรียบเรียงความคิด ความเข้าใจของตัวเองเกี่ยวกับเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ซะหน่อย
แค่ step แรก ลองเช็คความเข้าใจใน wikipedia... แทบหัวทิ่ม
อยากรู้ว่าเรื่องอะไร ลองไป search ใน wiki ดูนะครับ "sufficiency economy"
(ข้อมูลขณะนี้ วันที่ 28/9/2007 - วันหลังอาจจะมีคนแก้ไขแล้วก็ได้)
ผมเคยคิดว่าตัวเอง ค่อนข้างจะห่างไกลกับแนวคิดนี้มาก เพราะว่า มองในมุมของคนทำธุรกิจ
หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก เรื่องการแข่งขัน จะให้มาพออยู่พอกิน เพื่อนก็คาบไปแดรกหมดซิครับ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะฟันธงว่ามันไม่ดี - ผมมักจะ blankๆ เวลาคนรอบข้างพูดเกี่ยวกับประเด็นนี้
ผมรู้สึกว่า บางคน ชอบเอาคำว่า พอเพียง ไปใช้พูดประชดประชันในยามที่เศรษฐกิจฝืดแบบนี้
บางคนก็แอบถือเอาคำว่า พอเพียง เป็นข้ออ้าง เวลาทำอะไรได้ไม่ถึงเป้า หรืออยู่ในอารมณ์ เกียร์ว่าง
บางคนก็ชื่นชมซะเหลือเกิน แบบว่า นี่คือทางรอดของเรา ทางออกของประเทศ อะไรก็ถูกจับมาโยงกับคำว่า พอเพียง ไปซะหมด
...ที่ผ่านมา ผมอยู่ กลางๆ ในเรื่องนี้...
อาทิตย์ก่อน พอเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นมาอีกหน่อย หลังจากได้อ่านหนังสือเรื่อง สร้างแบรนด์อย่างพอเพียง
บังเอิญได้อ่าน ริมทะเล
ไม่ใช่สักแต่ว่าอ่านเหมือนตอนอ่านหนังสือที่มีคำว่า พอเพียง 2-3 เล่มก่อนหน้านี้ของผม
เลยขอสรุปในขณะนี้ว่า...
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่ดี แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวพวกเราทุกคน
และมันเป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินไปที่จะทำความเข้าใจ
การเอาไปประยุกต์ใช้ง่ายๆ
ผมว่าบรรดาเพื่อนๆ ที่เรียน MBA หรือว่าพวกเรียนน้อยแต่อ่านหนังสือเอาเอง (แบบผม)
หรือพวกนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ทำ feasibility อยู่แล้ว ทำ business plan อยู่แล้ว
น่าจะเอาไปประยุกต์ได้ไม่ยาก
หลักความพอเพียง (Moderation) ความมีเหตุมีผล (Reasonableness) และการมีภูมิคุ้มกัน (Self-Immunity)
มันก็อยู่ใน business plan ที่เราทำนั่นแหละ บางอันก็เอาเครื่องมือตามตำรา MBA ฝรั่งมาใช้ได้เลย
จะ BCG, Five Forces, Balanced Score Card, What-If หรืออะไรก็แล้วแต่
มีแค่เรื่องที่เราไม่ค่อยได้พูดถึงก็คือ เรื่องว่าไอ้ 3 หลักการข้างบนเนี่ย
มันต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ด้านความรู้ (Knowledge) และคุณธรรม (Ethics) ด้วย
เหมือนเปลี่ยนมุมมอง พลิกจากแนวคิด MBA ตะวันตก มาเป็น ปรัชญาชีวิตแบบตะวันออกหน่ะ
แต่ยังไงมันก็คือก้อนเดียวกัน มองจากคนละมุม เป็นแนวคิดที่ทำให้ชีวิต/ธุรกิจ ดีขึ้น
เอาแค่นี้ดีกว่า...เรื่องนี้ sensitive ไปหน่อย เดี๋ยวอาจจะแจ็คพ๊อตไปอยู่กับคุณพิชัยได้...
สรุปว่า ดีฮะ...
ยังไงก็แล้วแต่ แนวคิดนี้คงจะช่วยเตือนสติคนไทยทุกคนในขณะนี้
ไม่ใช่คนแข็งแรงจะข่มเหงคนอ่อนแอ
ไม่ใช่มุ่งแต่จะหาประโยชน์ เอากำไรสูงสุด โดยไม่มองผู้คน และสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ไม่ใช่มัวแต่หลงระเริงไปกับเรื่องที่เป็นประโยชน์กับตัว จนลืมเรื่องจริยธรรม
แนวคิดนี้ไม่ใช่ ให้เราหยุดแข่งขัน หยุดเป็นชนชาติที่ต้องขยันทำงาน
ปิดประเทศ หรือว่าถอยหลังเข้าคลองแน่ๆ
ผมรู้แล้ว...
Note:
ถ้าสนใจ Original ของการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงกับธุรกิจแท้ๆ ลองเข้าไปดูที่
10 septembre Nostalgiaนั่งอยู่ในลานเกียร์มองดูใบจามหมุนๆๆ ๆ ตกลงมาบนพื้นบล๊อคตัวหนอน
นี่แหละสุดยอดบรรยากาศเลย เป็นที่สร้างความประทับใจนับไม่ถ้วน
เด็กวิศวะจุฬาส่วนใหญ่ก็คงเป็นแบบนี้
ผมเจอเด็กสาวน่ารักคนนึง เดินห้าวๆ อยู่ในลานนี้เมื่อปี 2539
ใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ (ที่เด็กสมัยนี้เค้าไม่ใส่กัน)
Photo Set รำลึกอดืต ย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบปีก่อน
นี่ถ้าไม่กล้า ทำไม่ได้นะเนี่ย...
หลังจากเตรียมหาเครื่องแต่งกายเก่าๆ และซื้อออพชั่นที่ขาด
ผมกับเน็ทก็เดินทางย้อนอดีตกัน
.
.
.
มีแต่ผมบนหัวที่ย้อนไม่ได้แล้ว
ไว้ว่างๆ จะลองเอาผมทรงเดิมมาแปะดู
(ขอบคุณอ๋อง ช่างภาพเซ็ตนี้ ถ่ายไม่ได้ดีอะไรหรอก)
17 août นั่งรถไฟไปโคราช ตดดังป้าดไปราชบุรี...นั่งรถไฟไปโคราช ตดดังป้าดไปราชบุรี...
...ตดอีกทีมาถึงบ้านโป่ง นอนตูดโด่งอยู่กลางทุ่งนา...
(กลอนที่ท่องสมัยเด็กๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ามายังไง...เด็กสมัยนี้คงไม่เคยได้ยินกันแล้ว)
.
.
.
ผมเพิ่งกลับมาจากโคราชเมื่อกี้ ไปโคราชมา 2 ครั้ง ภายใน 7 วัน
คราวนี้ขับรถไป คนละบรรยากาศกับอาทิตย์ที่แล้วเลย
อาทิตย์ก่อน ชิวมากๆ นั่งรถไฟชั้น 3 ไป กินลมชมวิว ดมกลิ่มปลาหมึก ไก่ย่าง และฟังเสียงพ่อค้าแม่ขายไปตลอดทาง
6 ชั่วโมง จาก ดอนเมืองไปโคราช จ๊าบมากๆ... ขอบอก (ประสบการณ์ดีๆ แค่ร้อยห้าสิบกว่าบาทเท่านั้น)
...นาเย นาเย หล่า เบ นาเย...
เสียงพ่อค้าขายน้ำคนนึงที่พัฒนาเทคนิคการขายขึ้นมา ทำให้เกิดความน่าสนใจ
ผมกับอ๋องอมยิ้มทุกครั้งที่ได้ยินเสียงตานี่
แกคงไม่ใช่คนพม่า คนกะเหรื่ยงหรอกครับ แกเป็นลูกจ้างการรถไฟ มีบัตรอนุญาตติดเสื้อด้วย
สันนิษฐานว่าที่ต้องพูดไม่ชัดเพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะพ่อค้าแม่ค่าบนรถไฟชั้น 3 แต่ละคน
ก็จะมีเทคนิคการสร้างความแตกต่าง ต่างๆ กันไป
หรือไม่แกก็คงเหนื่อย เลยขี้เกียจออกเสียงตัวสะกด เพราะลำพังเดืนถือน้ำเดินจากหัวขบวนไปท้ายขบวนก็หนักพออูย่แล้ว
...นาเย นาเย หล่า เบ นาเย... = ...น้ำเย็น น้ำเย็น เหล้า เบียร์ น้ำเย็น...
.
.
.
จริงๆ รถไฟไทย ช่วงที่เป็น double track (ถึงบ้านภาชี) ไม่เลวเลยนะ ค่อนข้างตรงเวลาทีเดียว
แต่พอแยกสายเหนือกับสายอีสาน แล้วเหลือรางเดียวแล้วก็มีหยุดหลบกันบ้าง เลย delay ไปตามสูตร
แถมคราวนี้ผมยังเจอ หัวรถจักรแรงไม่พอขึ้นเขาอีก ต้องถอยกลับมาต่อหัวใหม่ช่วยกันลาก
trip นี้ก็เลย delay ไปเบ็ดเสร็จชั่วโมงนึง (ยังเร็วกว่า airasia บางไฟลต์อีก...อิอิ)
แต่บรรยากาศสุดยอดเลย ลองเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยขนส่งสาธารณะบ้างก็ดีนะ
เดี๋ยวนี้ ขับรถไปไหนเองตลอด... จนลืมความรู้สึกสนุกๆ แบบนี้ไปเหมือนกัน
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|